schtab4
schtab3
schtab2
schtab1
ราคาเริ่มต้น
ราคาสูงสุด

รวมคำค้นหายอดนิยม


คลอดแล้ว “ประกันภัยพิบัติ” น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ จ่าย 500 บาท คุ้มครอง 100,000 บาท

Post : 25/04/2012


คลอดแล้ว “ประกันภัยพิบัติ” น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ จ่าย 500 บาท คุ้มครอง 100,000 บาท


คงเบาใจขึ้นมากสำหรับทุกท่านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หรือแม้แต่คนที่อยู่นอกพื้นที่เสี่ยงแต่ต้องการความมั่นใจในการอยู่อาศัยว่าหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม หรือเกิดภัยธรรมชาติรุนแรงต่างๆ บ้านที่อยู่อาศัยเสียหายเหมือนครั้งก่อน อย่างน้อยก็ยังได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยที่ได้ซื้อไว้ นั่นคือกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติที่เกิดขึ้นภายใต้เงินกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ (คปภ.) ตามนโยบายของรัฐบาล เพียงจ่ายเพิ่มอีกปีละ 500 บาท แต่ความคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท แบบนี้ใครล่ะจะไม่สนใจ


คุ้มครองภัย  “น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ”แนวฟลัดเวย์-แก้มลิงไม่ต้องประกัน

หลังจากรอคอยกันมาระยะหนึ่งถึงตอนนี้คงมีการเสนอขาย “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ” กันอย่างคึกคักแล้ว เพราะมีบริษัทประกันภัยถึง 66 บริษัทที่ตอบรับในการเสนอขายกรมธรรม์ตัวนี้ เงื่อนไขสำคัญสำหรับการทำประกันภัยพิบัติก็คือพื้นที่สำหรับเอาประกันภัยต้องไม่อยู่ในแนวฟลัดเวย์ หรือพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิงตามประกาศของรัฐบาล เหตุผลไม่ใช่ว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยหรืออะไร แต่เป็นเพราะพื้นที่ดังกล่าวรัฐบาลจะรับผิดชอบให้ความช่วยเหลืออยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องซื้อประกันภัยอีก

สำหรับบางท่านที่ไม่มั่นใจว่าพื้นที่ของตัวเองนั้นจะอยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ได้ประกาศแนวฟลัดเวย์ที่ชัดเจน แต่ก็สามารถซื้อกรมธรรม์ไปก่อนได้ เพราะหากเมื่อไหร่ที่รัฐบาลประกาศชัดเจนแล้ว บริษัทประกันภัยจะคืนเงินค่าเบี้ยประกันให้ภายหลัง

เงื่อนไขอีกประการก็คือผู้ที่จะซื้อประกันภัยพิบัติจะต้องมีหรือซื้อกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยหรือประกันภัยทรัพย์สินอยู่ก่อนแล้ว จึงจะสามารถซื้อประกันภัยพิบัติตัวนี้ได้ จึงเท่ากับเป็นการซื้อความคุ้มครองภัยพิบัติเพิ่มเติม ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะยุ่งยากนักสำหรับเจ้าของบ้านหรืออาคาร ที่ได้มีการจำนองหลักประกันไว้กับสถาบันการเงิน เพราะท่านย่อมถูกบังคับให้ทำประกันอัคคีภัยโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเพียงซื้อประกันภัยพิบัติเพิ่มเติม ก็จะได้รับความคุ้มครองจากภัยธรรมชาติต่างๆ อย่างครอบคลุม หรือหากยังไม่มีกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยมาก่อนก็สามารถซื้อพร้อมกันในคราวเดียวก็ได้

โดยกรมธรรม์ประกันภัยพิบัตินี้จะคุ้มครองความเสียหายอันเนื่องจากภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งได้แก่ น้ำท่วม แผ่นดินไหวและลมพายุ ทั้งนี้ก็มีนิยามความเสียหายที่อยู่ในข่ายจะได้รับความคุ้มครอง เช่น ความเสียหายที่เกิดจากพายุที่ความเร็วลมตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป หรือแผ่นดินไหวตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป หรืออุทกภัยที่ถูกประกาศให้เป็น “ภัยพิบัติ” และต้องเป็นภัยที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในภาพรวมตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป

เบี้ย 500 บาท คุ้มครอง 100,000 บาท น้ำท่วมเกิน 1 เมตรจ่ายเต็ม

กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติชนิดนี้ให้ความคุ้มครองในลักษณะจำกัดความรับผิด โดยมีกลุ่มผู้เอาประกัน 3 กลุ่มคือบ้านอยู่อาศัย ธุรกิจเอส SME และภาคอุตสาหกรรม การคิดเบี้ยประกันสำหรับภาคครัวเรือนหรือบ้านอยู่อาศัยคิดเบี้ยประกัน 0.5% ต่อปี ความคุ้มครองไม่เกิน 100,000 บาท, ธุรกิจเอส SME จ่ายเบี้ยประกัน 1% ได้รับความคุ้มครองไม่เกิน 30% ของทุนประกัน และภาคอุตสาหรรมจ่ายเบี้ยประกัน 1.25% และได้รับความคุ้มครองไม่เกิน 30% ของทุนประกันเช่นกัน

ส่วนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนนั้นทางบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้สำรวจและประเมินความเสียหาย และจะจ่ายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินวงเงินความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติในแต่ละกรณี ยกเว้นกรณีภัยน้ำท่วมในกลุ่มบ้านอยู่อาศัย เนื่องจากมีผู้เอาประกันภัยจำนวนมาก คปภ.จึงได้เลือกใช้การพิจารณาโดยใช้ระดับน้ำท่วมเป็นเกณฑ์ โดยกำหนดไว้ว่าน้ำท่วมระดับพื้นอาคารจ่ายค่าสินไหมทดแทน 30,000 บาท, ระดับน้ำสูง 50 เซนติเมตรจ่ายค่าสินไหมทดแทน 50,000 บาท, ระดับน้ำสูง 75 เซนติเมตรจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ 75,000 บาท และระดับน้ำสูงเกิน 100 เซนติเมตรจากพื้นอาคาร จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ 100,000 บาท

ซื้อบ้านใหม่ต้องทำประกันอะไรบ้าง?

ประกันภัยที่เจ้าของบ้านจำเป็นต้องทำ โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้บ้านหลังนั้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันจำนอง หรือเรียกง่ายๆ คือกู้เงินธนาคารมาซื้อบ้าน ผู้กู้จะต้องถูกบังคับให้ทำประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งกรมธรรม์ชนิดนี้ให้ความคุ้มครองภัย 6 อย่าง ได้แก่ ไฟไหม้, ฟ้าผ่า, ระเบิด, ภัยจากยานพาหนะ, ภัยจากอากาศยาน และภัยเนื่องจากน้ำ 

อย่างไรก็ตาม “ภัยเนื่องจากน้ำ” ในที่นี้หมายถึงภัยหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ จากการปล่อย รั่วไหลล้นจากท่อน้ำ ถังน้ำ รวมถึงน้ำฝนที่ผ่านเข้าทางท่ออากาศที่ชำรุด ทั้งนี้โดยไม่รวมถึงน้ำท่วมและท่อประปาที่แตกนอกอาคาร จากเงื่อนไขความคุ้มครองดังกล่าวจึงเห็นว่ากรณีที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ผ่านมา หลายบ้านที่ทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยไว้ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครอง ยกเว้นคนที่ได้ซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมจากกรณี “น้ำท่วม”ไว้เท่านั้น

เนื่องจากความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยจะคุ้มครองเฉพาะตัวบ้านเท่านั้น ดังนั้นนอกจากประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแล้ว บางครั้งอาจจำเป็นต้องทำประกันภัยทรัพย์สิน ซึ่งจะคุ้มครองความเสียหายของบรรดาเฟอร์นิเจอร์หรือของมีค่าต่างๆ ภายในบ้านด้วย และตอนนี้ก็มีประกันภัยพิบัติดังที่กล่าวข้างต้นอีกหนึ่งกรมธรรม์เพื่อเพิ่มความมั่นใจอีกชั้นหนึ่ง

ในแง่ของค่าใช้จ่ายหรือเบี้ยประกันกรณีที่อยู่อาศัยนั้นค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับความคุ้มครอง เช่น กรณีประกันอัคคีภัย เบี้ยประกันสำหรับบ้านมูลค่า 1,000,000 บาทจะอยู่ที่ประมาณ 900 บาทต่อปี ส่วนใหญ่มักทำระยะยาว คือคุ้มครอง 3 ปี เนื่องจากจะมีเบี้ยส่วนลด ดังนั้นค่าเบี้ยต่อการทำประกัน 1 ครั้งก็จะตกประมาณ  2,000 กว่าบาท ไม่ถึง 3,000 บาท ส่วนกรณีประกันภัยพิบัติ ค่าเบี้ยประกันต่อวงเงินคุ้มครอง 100,000 บาทก็เพียง 500 บาทต่อปีเท่านั้น

ด้วยเหตุที่ประกันภัยพิบัติมีเพดานความคุ้มครองการจ่ายค่าสินไหมทดแทนคือ 100,000 บาท ดังนั้น สำหรับบ้านที่มีราคาหลายล้านบาท เจ้าของบ้านสามารถเพิ่มความคุ้มครองมากกว่า 100,000 บาทก็ได้ เพียงแต่การคิดค่าเบี้ยประกันในส่วนที่เกินจากความคุ้มครอง 100,000 บาทแรกนั้นอาจไม่ใช่ 0.5% อีกต่อไป แต่อาจเป็นอัตราที่สูงกว่า เนื่องจากความคุ้มครองส่วนที่เกินนี้เป็นความคุ้มครองโดยเอกชนหรือบริษัทประกันไม่ใช่กองทุน และนอกจากนี้วิธีคิดเบี้ยประกันอาจแตกต่างจากกองทุนที่คิดอัตราเท่ากันทุกพื้นที่ ในขณะที่บริษัทประกันอาจคิดเบี้ยประกันตามอัตราเสี่ยงที่เกิดขึ้นก็เป็นได้ 

ทั้งหมดจึงอยู่ที่การตัดสินใจของเจ้าของบ้านแต่ละท่านตั้งแต่แรกว่า จะยอมรับความเสี่ยงเองโดยไม่คิดทำประกันใดๆ หรือจะให้บริษัทประกันเป็นคนรับความเสี่ยง โดยยอมซื้อประกันเพื่อจะได้รับความคุ้มครอง รวมไปถึงสัดส่วนความคุ้มครองว่าต้องการแค่ไหน





ที่มา นิตยสาร Home Buyers Guide ฉบับเดือน เม.ย.55



บทความที่คุณอาจสนใจ
  • f1
  • f2
  • f3
  • f4
  • f5
footerfb