schtab4
schtab3
schtab2
schtab1
ราคาเริ่มต้น
ราคาสูงสุด

รวมคำค้นหายอดนิยม


ลงทุนในพันธบัตรเสียภาษีหรือไม่

Post : 27/04/2012


ลงทุนในพันธบัตรเสียภาษีหรือไม่


ช่วงนี้ถ้าท่านสังเกต จะเห็นว่าแต่ละธนาคารขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้แล้ว เพราะเม็ดเงินที่ฝากในธนาคารได้ถูกนำไปลงทุนในพันธบัตร หุ้น หุ้นกู้ หรือลงทุนในรูปแบบอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารจึงตามมา โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้เสมอ เสมือนสูตรสำเร็จรูปเลยทีเดียว

ดอกเบี้ยจากการฝากเงินกับธนาคาร หากได้หักอัตราเงินเฟ้อและภาษีดอกเบี้ยออกแล้ว บางทีเงินที่ฝากอาจติดลบก็ได้ การถอนเงินฝากจากธนาคารเพื่อไปลงทุนด้านอื่นจึงมีมากขึ้นโดยเฉพาะการลงทุนในพันธบัตร หุ้น หรือหุ้นกู้ อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกประเภทจะมีความเสี่ยงเสมอ อยู่ที่ว่าเสี่ยงมากหรือน้อยเท่านั้นเอง

การลงทุนในพันธบัตรจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นหรือหุ้นกู้ เพราะพันธบัตรเป็นการกู้ยืมเงินโดยหน่วยงานรัฐ โดยการออกพันธบัตรและจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ซื้อพันธบัตรในรูปของดอกเบี้ยในอัตราที่แน่นอน สำหรับการซื้อหุ้น ผลตอบแทนจะจ่ายในรูปของเงินปันผล ส่วนหุ้นกู้เป็นการกู้ยืมเงินในภาคเอกชน และจะจ่ายผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ซึ่งผลตอบแทนที่จ่ายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผลกำไรของกิจการ

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยจากพันธบัตรหรือหุ้นกู้ หรือเงินปันผลจากการถือหุ้น จะมีภาษีเงินได้เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ไม่ว่าผู้ลงทุนจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ตาม และผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาอาจจะใช้สิทธิเลือกคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยไม่ต้องนำดอกเบี้ย หรือเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็ได้ *ผู้จ่ายเงินได้ประเภทดอกเบี้ยและเงินปันผลมีหน้าที่ในการหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากยอดเงินที่จ่าย และผู้ลงทุนที่ได้รับดอกเบี้ย หรือเงินปันผล ก็มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ สรุปได้ดังนี้

ผู้ลงทุน หากเป็นบุคคลธรรมดาที่ได้รับดอกเบี้ย หรือเงินปันผลจะถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราที่กฎหมายกำหนด ดอกเบี้ยหรือเงินปันผลที่ได้รับ ผู้ลงทุนจะนำมารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ หรือหากนำมารวมแล้วมีภาษีที่ต้องชำระน้อยกว่าภาษีที่ถูกหักไว้ ก็สามารถขอคืนภาษีที่ชำระไว้เกินได้

สำหรับผู้ลงทุนที่เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในประเทศ จะต้องนำดอกเบี้ย หรือเงินปันผลที่ได้รับไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเว้นแต่ดอกเบี้ยหรือเงินปันผลที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณกำไรสุทธิ เช่น เงินปันผลที่ได้รับจากกิจการส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น

ผู้จ่ายดอกเบี้ย หรือเงินปันผล หน่วยงานของรัฐฯ ที่จ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือพันธบัตรที่เป็นบุคคลธรรมดาในประเทศ จะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 15 ของดอกเบี้ยที่จ่าย แต่ถ้าจ่ายให้แก่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดในประเทศจะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 1 และถ้าจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้ลงทุนในต่างประเทศ จะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 15 เว้นแต่จะได้รับการยกเว้นภาษี ก็ไม่ต้องหักภาษีแต่อย่างใด

สำหรับการจ่ายเงินปันผล ผู้จ่ายเงินจะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 10 ของเงินปันผลที่จ่าย ไม่ว่าผู้ลงทุนที่ได้รับเงินปันผลจะเป็นบุคคลธรรมดา บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือนอกประเทศก็ตาม

ส่วนกรณีการจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ บริษัทที่จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้แก่บุคคลธรรมดาที่อยู่ในหรือนอกประเทศ หรือจ่ายให้บริษัทที่อยู่ในต่างประเทศ จะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 15 เว้นแต่เข้าข่ายยกเว้นภาษีเงินได้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ก็ไม่ต้องหักภาษี แต่ถ้าได้จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้แก่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดในประเทศ จะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 1

การลงทุนในพันธบัตร หุ้น หรือหุ้นกู้ ต่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันขึ้นอยู่กับว่าผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยขนาดไหน หากฝากเงินกับธนาคารดอกเบี้ยอาจจะต่ำ เมื่อหักภาษีและอัตราเงินเฟ้อแล้วอาจจะไม่เหลืออะไร

ส่วนการลงทุนในหุ้นกู้จะให้ผลตอบแทนสูง แต่ความเสี่ยงจากการลงทุนก็สูงไปด้วย ทางที่ดีผู้ลงทุนควรจะกระจายการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ให้มากขึ้น ความเสี่ยงจะได้ลดลง โดยอาจจะลงทุนในพันธบัตร หุ้น หุ้นกู้ กองทุนต่างๆ ซื้อทองคำ หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ก็ยังมีรูปแบบของการลงทุนประเภทต่างๆ อีกเยอะ ก็ขอให้ศึกษารูปแบบก่อนลงทุนก็แล้วกันครับ

แต่อย่าลืมว่า ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงย่อมสูงตามไปด้วย




บทความที่คุณอาจสนใจ
  • f1
  • f2
  • f3
  • f4
  • f5
footerfb